ประเพณีไหลเรือไฟ

ประเพณีไหลเรือไฟ นครพนมประจำปี 2562

  • สิงหาคม 23, 2019

ประเพณีไหลเรือไฟ นครพนมประจำปี 2562

ประเพณีไหลเรือไฟ นครพนมประจำปี 2562

รายละเอียด
นครพนม
หมวดหมู่ : ประเพณี และกิจกรรมทางศาสนา, ศิลปะและวัฒนธรรม
วันที่ 6 – 14 ต.ค. 2562

“ไหลเรือไฟ” เป็นพิธีกรรมที่พุทธศาสนิกชนชาวอีสานยึดถือปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่ครั้งโบราณโดยมีความเชื่อว่าการ ไหลเรือไฟ เป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่พระพุทธองค์ประทับไว้ที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทานที ครั้งที่พญานาคได้ทูลอาราธนาพระพุทธองค์ไปแสดงธรรมในพิภพของนาคใต้เมืองบาดาล รวมทั้งความเชื่อเกี่ยวกับการบูชาพญานาคในลำน้ำโขง บาคาร่า การระลึกถึงพระคุณของพระแม่คงคา ขอขมาลาโทษต่อแม่น้ำ ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในแม่น้ำ และยังถือเป็นการลอยเคราะห์ลอยโศก ขอให้อยู่เย็นเป็นสุข มีโชคมีลาภไหลเรือไฟ นครพนม 2562

ไหลเรือไฟ นครพนม 2562นอกจากนั้นในตำนานยังเล่าขานกันว่า ในแม่น้ำโขงเป็นที่สิงสถิตของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย เช่น พญานาค เจ้าพ่อเหล็กซีด้ามแตก เจ้าพ่อคำแดง เจ้าพ่อหมื่น เจ้าพ่อสัมมะติ เจ้าพ่อสิบสอง ต้องทำการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหล่านั้น เพื่อให้ท่านปกปักรักษาบ้านเมือง ประชาชนให้มีความสงบสุขร่มเย็น ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้มีโชคลาภ การทำมาหากินให้มีแต่ความอุดมสมบูรณ์ เจริญรุ่งเรือง

ประเพณีไหลเรือไฟจังหวัดนครพนมประจำปี 2562 ซึ่งกำหนดจัดขึ้นทุกวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ถึงวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 โดยในปี พ.ศ. 2562 ตรงกับวันที่ 6 -14 ตุลาคม 2562 มหกรรมไหลเรือไฟ วันที่ 13 ตุลาคม 2562 (ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11) รวม 9 วัน 9 คืน จัดให้มีกิจกรรมในงาน

– การไหลเรือไฟโชว์วันละ 2 ลำ และปล่อยกระทงสาย (ไข่พญานาค )

– การจัดนิทรรศการวิถีคนทำเรือไฟ ,ศิลปะวัฒนธรรมและอัตลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ หน้าสถานที่จะทำเรือไฟของแต่ละอำเภอริมฝั่งแม่น้ำโขง

– การแข่งขันเรือยาวชิงถ้วยพระราชทาน

– การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน,ดนตรีโปงลาง,การประกวด B Boy ,การแสดงดนตรีของเด็กเยาวชน,การประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง กำนัน ผู้ใหญ่ บ้านผู้บริหาร อปท.การประกวดธิดาเรือไฟ ณ เวทีกลางหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม

– การออกร้านของส่วนราชการ บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม

– การออกร้านและจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์ชุมชน OTOP ณ บริเวณถนนหน้าศาลากลางจังหวัดนครพนม

– กิจกรรมตักมัจฉากาชาดกาชาด บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด หลังเดิม

– การจัดจำหน่ายสินค้าราคาประหยัดบริเวณถนนอภิบาลบัญชาและถนนราชทัณฑ์โดยรอบศาลากลางจังหวัดนครพนม

– กิจกรรมวันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 พิธีรำบูชาพระธาตุพนม ณ บริเวณลานหน้าวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร พิธีอัญเชิญไฟพระฤกษ์ จากบริเวณถนนนิตโยมายัง บริเวณหน้าศาลหลักเมือง พิธีทางศาสนาก่อนไหลเรือไฟ และกิจกรรมแห่ขบวนเรือไฟบก พิธีเปิดมหกรรมไหลเรือไฟจังหวัดนครพนม หลังพิธีเปิด ชมการปล่อยกระทงสาย การไหลเรือไฟจากอำเภอต่างๆ

– พิธีทำบุญตักบาตรเทโว หน้าลานพญาศรีสัตตนาคราช ถนนสุนทรวิจิตร เทศบาลเมืองนครพนม

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thai.tourismthailand.org…

ประเพณีบุญข้าวประดับดิน

ประเพณีบุญข้าวประดับดิน (บุญเดือนเก้า)

  • สิงหาคม 12, 2019

ประเพณีบุญข้าวประดับดิน (บุญเดือนเก้า)

ประเพณีบุญข้าวประดับดิน (บุญเดือนเก้า)

ช่วงเวลา เดือนกันยายน (วันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๙)

ความสำคัญ
ประเพณีบุญข้าวประดับดิน เป็นประเพณีที่จัดขึ้นเพื่อ อุทิศส่วนกุศล ให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว และเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับสัตว์นรกหรือเปรต

ประเพณีบุญข้าวประดับดิน

พิธีกรรม ประกอบด้วย
๑. วันแรม ๑๓ ค่ำ เดือน ๙ ชาวบ้านจะเตรียมข้าวต้ม บาคาร่า ขนม อาหารคาวหวาน หมาก พลู และบุหรี่ไว้
๒. วันแรม ๑๔ ค่ำ เดือน ๙ ชาวบ้านจะไปวัดตั้งแต่เวลาตี ๔ นำสิ่งของที่เตรียมไว้จัดใส่กระทงหรือเย็บเป็นห่อเหมือนข้าวสาก แล้ววางแจกตามบริเวณวัด โดยวางไว้กับพื้นดิน หรือบางคนก็ฝังดิน
๓. ชาวบ้านกลับบ้านเพื่อเตรียมอาหารทำบุญที่วัดอีกทีหนึ่ง เมื่อพระสงฆ์ฉันเช้าเสร็จก็จะเทศน์ฉลองบุญข้าวประดับดิน

สาระ
โบราณท่านเขียนไว้ในหนังสือฉลอง ความว่า “ครั้งที่มหาโมคคัลลาน์แทรกแผ่นดินลงไปเยือนนรก ซึ่งเขากำลังเสวยกรรมอยู่ในแดนต่างๆ พอท่านไปถึงก็บันดาลให้ไฟนรกดับ สัตว์นรกก็ไม่ได้เสวยกรรม พอท่านจะกลับมายังโลกมนุษย์พวกสัตว์นรกได้สั่งท่านให้มาบอกญาติพี่น้องทางโลกได้ทราบ และทำทานอุทิศส่วนกุศลไปให้บ้าง เมื่อพระโมคคัลลาน์กลับมาถึงชมพูทวีปก็ประกาศข่าวนี้ให้ประชาชนทราบ ซึ่งวันนั้นตรงกับวันดับเดือนเก้า (วันแรม ๑๕ ค่ำ)จึงถือเอาวันดังกล่าวเป็นวันทำบุญข้าวประดับดิน”
สาเหตุที่ต้องทำพิธีตั้งแต่เช้ามืดเพราะเชื่อว่าพญายมราชปล่อยผีเปรตให้มีเวลาอยู่บนโลกมนุษย์เพียง ๒ ชั่วโมง จากตี ๔ ถึง ๖ โมงเช้า และที่ต้องวางเครื่องไทยทานไว้กับพื้นดินนั้นเพื่อให้เปรตรับเอาง่ายๆ โดยไม่ต้องมีพิธีรีตอง เดี่ยวจะกลับไม่ทันเวลา

 

ขอขอบคุณแหล่งที่มา prapayneethai…

งานTHAILAND

งานTHAILAND SHOPPING & DINING PARADISE @ UDON THANI

  • สิงหาคม 11, 2019

งานTHAILAND SHOPPING & DINING PARADISE @ UDON THANI

งานTHAILAND SHOPPING & DINING PARADISE @ UDON THANI

วันที่ 1 – 31 ส.ค. 2562

สายชิม สายช้อป … เตรียมตัวให้พร้อม !!!

Thailand Shopping & Dining Paradise @ UDONTHANI

“ อุดร พร้อมเสิร์ฟความสุขทุกเมนู ” ลดฉ่ำ .. ตลอดเดือนสิงหาคม นี้

เที่ยวสนุก ช้อปคุ้ม กินอิ่ม นอนหลับ … รับส่วนลด คุ้มสบายๆ กระเป๋า ช้อปครบทุก 500 บาท รับคูปองร่วมลุ้นรถโตโยต้ายาริส บาคาร่า และรางวัลอื่นๆอีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท เพียงกรอกคูปองส่งที่กล่องรับชิ้นส่วน ภายในร้านค้าที่เข้าร่วมรายการ

เช็คข้อมูลโปรโมชั่นรายชื่อร้านค้า และบริการ ที่เข้าร่วมรายการ ได้ที่เพจ Thailand Shopping & Dining Paradise

เข้าถึงข้อมูลร้านค้าและบริการ ในระบบแผนที่ดิจิตอล ( Live map ) ได้ที่ App : Beyond Udon city

Downlond ได้ฟรีทั้งระบบ IOS. และ Android

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thai.tourismthailand.org…

ดอกกระเจียวบาน

ดอกกระเจียวบาน เทศกาลและประเพณี

  • สิงหาคม 10, 2019

ดอกกระเจียวบาน เทศกาลและประเพณี

ดอกกระเจียวบาน เทศกาลและประเพณี

รายละเอียด
ชัยภูมิ
หมวดหมู่ : งานแฟร์ และเทศกาล, การถ่ายภาพ
วันที่ 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. 2562

หากเอ่ยชื่อทุ่งดอกกระเจียวอาจต้องเอ่ยถามต่อว่าที่ไหน แต่ถ้าบอกว่า ทุ่งบัวสวรรค์ ก็ต้องที่นี่เท่านั้น อุทยานแห่งชาติไทรทอง อำเภอหนองบัวระเหว ชัยภูมิ ซึ่งถือเป็นทุ่งดอกกระเจียวหรือบัวสวรรค์ที่มีชื่อเสียงและสวยที่สุดในประเทศก็ว่าได้

ดอกกระเจียวจะบานสีชมพูสะพรั่งในฤดูฝน ที่อุทยานแห่งชาติไทรทองบานประมาณเดือนกรกฎาคม ปีไหนฝนเยอะตกสม่ำเสมอ บาคาร่า รับประกันว่าดอกกระเจียวจะยิ่งผลิเต็มทุ่งสวยงาม ทางอุทยานจัดทำทางเดินศึกษาธรรมชาติอย่างดี พร้อมลานกางเต็นท์ให้บริการสำหรับผู้ต้องการค้างแรมภายในอุทยาน

นอกจากทุ่งดอกกระเจียวหรือบัวสวรรค์ ในอุทยานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติขึ้นชื่ออื่นๆ อีกอย่าง ผาหำหด ผาพ่อเมือง หรือ น้ำตกไทรทอง อีกด้วย

ชมนิทรรศการต่าง ชมทุ่งดอกกระเจียว การจำหน่ายสินค้า OTOP ชมวิวสุดแผ่นดิน ชมทุ่งบัวสวรรค์ และลานหินงาม

ขอขอบคุณแหล่งที่มา thai.tourismthailand.org…

ฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพระยาแล

ฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพระยาแล งานประจำปี

  • สิงหาคม 9, 2019

ฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพระยาแล งานประจำปี

ฉลองอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพระยาแล งานประจำปี

พระยาแล คือผู้สร้างเมืองชัยภูมิ
ช่วงเวลา ระหว่างวันที่ ๑๒-๒๐ มกราคม ของทุกปี

ลักษณะความเชื่อ
ประชาชนในจังหวัดชัยภูมิ ประมาณร้อยละ ๙๕ เป็นคนท้องถิ่นเดิมมี วัฒนธรรม ประเพณีที่มีลักษณะผสมผสานระหว่างความเชื่อดั้งเดิมของท้องถิ่นกับหลักปฏิบัติทางพุทธศาสนา ประกอบกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของจังหวัด มีลักษณะเด่นชัดที่เน้นและเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตย์กตัญญูของเจ้าพ่อพระยาแล บาคาร่า ทำให้มีงานประจำปีและงานประเพณีซึ่งแสดงถึงวัฒนธรรมของจังหวัดสืบต่อกันมา

ความสำคัญ
จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของเจ้าพ่อพระยาแล ผู้สร้างเมืองชัยภูมิคนแรก

พิธีกรรม
จัดในช่วงเวลา ระหว่างวันที่ ๑๒-๒๐ มกราคมของทุกปี ในการจัดงานนี้ประกอบด้วยพิธีบวงสรวงดวงวิญญาณของเจ้าพ่อพระยาแล ขบวนแห่เครื่องสักการะอนุสาวรีย์เจ้าพ่อ ขบวนถวายช้างแด่เจ้าพ่อ และขบวนแห่ของอำเภอต่าง ๆ รวมทั้งการออกร้าน จัดนิทรรศการของหน่วยงานราชการและเอกชน การประกวดผลิตผลทางการเกษตร

สาระ เป็นการเชิดชูวีรกรรมความซื่อสัตย์กตัญญูของเจ้าพ่อพระยาแล

ขอขอบคุณแหล่งที่มา prapayneethai…

แซนการ์

แซนการ์ (การแต่งงานชาวเขมรสุรินทร์) ประเพณีท้องถิ่น

  • สิงหาคม 8, 2019

แซนการ์ (การแต่งงานชาวเขมรสุรินทร์) ประเพณีท้องถิ่น

แซนการ์ (การแต่งงานชาวเขมรสุรินทร์) ประเพณีท้องถิ่น

ช่วงเวลา ได้ตลอดปียกเว้นช่วงเข้าพรรษาและเดือนห้า (หรือเดือนเมษายน)แต่ละคู่ที่จะจัด พิธีแซนการ์ (หรือแต่งงาน) จะกำหนดงาน ๒-๓ วัน โดยแบ่งเป็นวันรวมญาติพี่น้องหรือวันสุขดิบ วันแต่งและวันส่งตัว

ความสำคัญ
เป็นประเพณีที่สำคัญที่สุดของชีวิตคนทุกคนเพราะเป็นวันแห่งการสร้างสถาบันครอบครัว บาคาร่า สร้างอาชีพ สร้างทายาทของวงศ์ตระกูล

พิธีกรรม
หนุ่มสาวไทยเขมรในปัจจุบันมีอิสระในการเลือกคู่ เมื่อรักใคร่กันแน่นอนแล้ว พ่อแม่ฝ่ายชายก็จะมาเยี่ยมเยียน ทำความคุ้นเคยจากนั้นก็จะส่งเฒ่าแก่ไปทำการ “ซูร์” (หมั้น) เริ่มต้นด้วยการทาบทามด้วย

เหล้า ๑ ขวด หมากพลู ๑ พาน เทียน ๑ คู่ ฝ่ายหญิงจะเรียกค่าสินสอดตามแต่จะพอใจ ถ้าตกลงก็จะนัดวันแต่งงาน
การเตรียมตัวเจ้าสาว ฝ่ายเจ้าสาวเตรียมทำฟูก(ที่นอน) หมอน ผ้าสมมา(ผ้าไหว้) ญาติผู้ใหญ่ให้ครบ เตรียมเจียนหมากตากแห้งไว้เป็นของชำร่วยแจก ตัวเจ้าสาวเองต้องเก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน ก่อนถึง “ไงแซนการ์” หรือวันแต่ง

แซนการ์

การเตรียมตัวเจ้าบ่าว ต้องเตรียมหมากแห้งไว้แจกแขกเช่นกัน ทำบายศรีสู่ขวัญเจ้าสาว เตรียม “จำแน็ย” คือ อาหารสด ผัก ฯลฯ ตามแต่ฝ่ายเจ้าสาวจะเรียกร้องไปใช้ในวันงาน รวมทั้งสินสอดด้วย
จูนจำแน็ย (วันสุกดิบ) ก่อนวันแต่ง ๑ วัน เจ้าบ่าวต้องส่งขบวนสัมภาระเหล่านี้ไปบ้านเจ้าสาว ถ้าเกิดมีลางร้ายก็อาจเลิกหรือเลื่อนวันแต่งไปก่อนก็ได้
ไงแซน (วันพิธีแต่งงาน) ที่บ้านเจ้าสาว ต้องมี “อาจารย์” เจ้าพิธี เตรียมการดังนี้
๑. บายศรี หรือ บายแสร็ย พร้อมเครื่องบริวาร มีดอกไม้ เทียน ข้าวต้มมัด กล้วย ขนมตามความพอใจ มีด้ายผูกข้อมือ (เมาะจองได)
๒. ปะรำพิธี มีเสากลางตกแต่งด้วยต้นกล้วย ต้นอ้อยและดอกไม้ สำหรับเซ่นสรวงเทพ มี “ปะต็วล” แขวนหัวเสา
๓. บอนเจาะกราบ (ฟูกนั่งสำหรับบ่าวสาว) บนฟูกวางหมอนหันไปทาง “ปะต็วล” วางเครื่องบริวารที่เตรียมไว้โดยรอบ เช่น พาน ผ้าไหม เงิน หมากพลู กรวย ดอกไม้ ขันข้าวขวัญ (ข้าวสุกปั้น ไข่ต้ม มีกรวยใบตองคว่ำไว้ ขันน้ำมนตร์ เป็นต้น
๔. การแห่ขันหมาก มีมโหรีนำหน้าขบวน แห่พานบายศรี เครื่องเซ่นผีบรรพบุรุษพร้อมบริวาร ถาดขนม สินสอด ขันหมาก
๕. การเข้าสู่ปะรำพิธี ฝ่ายหญิงจะมารับ นำเข้าสู่ปะรำพิธี
๖. เบิกตัวเจ้าสาว เมื่อนั่งเรียบร้อยแล้ว เจ้าสาวจะออกมามอบหมากพลูให้เจ้าบ่าว
๗. จากนั้นเฒ่าแก่ฝ่ายชายจะมอบ “เฮ็บ” และ”ท็อง” คือ พานหมากพลู พ่อแม่เจ้าสาวก็จะแก้ห่อผ้าออกหยิบกิน เป็นการยอมรับ
๘. เจาะกราบ บ่าวสาวลงนั่งบนฟูก กราบอาจารย์ แล้ววางมือคว่ำลงบนเต้าปูนเหนือหมอน เจ้าบ่าววางทับบนหลังมือเจ้าสาว
๙. การเซ่นผี อาจารย์เป็นผู้ทำพิธีจุดเทียน เชิญผีบรรพบุรุษมารับเครื่องเซ่น ผู้เฒ่าจะ มารินน้ำรินเหล้าใส่เครื่องเซ่นแล้วยกออกไป
๑๐. การเรียกขวัญ อาจารย์จะสวดให้พร แล้วหยิบด้ายมงคลมาปั่นบนหลังมือแล้วปัดรังควานออกจากตัว โยนด้ายทิ้ง หลังจากนั้นอาจารย์จะบอกให้บ่าวสาวหงายมือขึ้น ครั้งนี้มือเจ้าบ่าวจะอยู่ล่าง ญาติพี่น้องจะเข้ามาใช้มือรองรับศอกเจ้าบ่าวไว้ อาจารย์จะใช้ด้ายมงคลปั่นข้อมือบ่าวสาว โดยหันเข้าหาตัว ๑๙ ครั้ง ผู้ร่วมงานจะร้องแซ่ซ้องพร้อมกันว่า “โม…เยอ…” พอเสร็จอาจารย์จะยืนขึ้นเซ่นสรวงเทวดาบนปะต็วล ทุกคนจะร้องรับ “เจ…ยอง…เจ เป็ง…ยอง…เป็ง” อาจารย์จะหยิบอาหาร เครื่องเซ่นมาป้อนบ่าวสาวคนละคำ จากนั้นแขกเหรื่อก็เข้ามาผูกข้อมือ อวยชัยให้พร ให้เงินของขวัญ แล้วจึงกินเลี้ยงกัน
๑๑. ส่งตัวเจ้าสาว เจ้าสาวหาบน้ำ เจ้าบ่าวแบกฟืน หางขบวนช่วยกันแบกฟูก หมอนและผ้าไหว้ พาแห่ไปบ้านเจ้าบ่าว มอบหมากพลูขอทางผ่าน ฝ่ายเจ้าบ่าวจะรับน้ำและฟืนไป เจ้าบ่าวเกี่ยวก้อยเจ้าสาวขึ้นเรือน
๑๒. การขึ้นเรือน ญาติฝ่ายชายจะนำน้ำขมิ้นมาล้างเท้าให้คู่บ่าวสาวก่อน แล้วให้เหยียบบนกระเชอใส่ข้าวเปลือก เหล้า ผ้าขาว และขวาน เป็นสัญลักษณ์แห่งความรุ่งเรืองเป็นสุข พอขึ้นเรือนแล้ว ผู้ใหญ่ฝ่ายชายจะนำน้ำขมิ้นและหม้อข้าวเก่ามาให้เจ้าสาวล้างก้นหม้อ แสดงความยินยอมพร้อมใจจะเป็นแม่ศรีเรือน แล้วมอบฟูกหมอนให้พ่อแม่เจ้าบ่าว
๑๓. การอาบน้ำให้พ่อแม่ฝ่ายชาย ต้องจุดเทียนกราบพ่อแม่ก่อน แล้วนำน้ำที่เจ้าสาวหาบมาจากบ้านมาอาบให้พ่อแม่ แล้วมอบผ้าสมมาให้ผลัดเปลี่ยนนุ่งห่มใหม่
๑๔. ไหว้และมอบผ้าสมมาให้ญาติเจ้าบ่าว ซึ่งจะได้รับเงินของขวัญตอบแทนจนคุ้มราคา
๑๕. ไหว้เจ้าบ่าว (พละกันเลาะ) เจ้าสาวไหว้ด้วยโสร่ง เสื้อขาวคอกลม พร้อมสไบสองผืน เจ้าบ่าวจะมอบของขวัญให้เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เจ้าสาวจัดขนม ผลไม้ น้ำ เหล้าให้กิน
การเสี่ยงทาย มีสำรับอาหารตั้งไว้ให้บ่าวสาวตักป้อนกันและกัน ใครตักข้าวก่อนตักกับข้าว แสดงว่ารู้จักอดออม ประหยัด ใครตักกับก่อนแสดงว่าฟุ่มเฟือย ญาติจะเตือนฝ่ายหญิงให้รู้จักอดออมให้มาก

สาระ
จะเห็นว่าการแต่งงานของชาวสุรินทร์นั้นเน้นการขอบคุณและระลึกถึงเทพ ผีบรรพบุรุษและยังไม่ละทิ้งตำนานและความเชื่อเรื่องความรักของเจและยอง จะพบว่าปะต็วล เป็นสัญลักษณ์เด่นที่สุดในปะรำพิธี (โรงเรือน) และในขบวนแห่นั้นเต่าเป็นสัญลักษณ์แทนความเชื่อเรื่องความอุดมสมบูรณ์อยู่แล้ว จึงจัดเข้าเป็นส่วนประกอบของการแห่ และที่สำคัญคือตัญญูปะกำเป็นเครื่องเซ่นผีบรรพบุรุษที่จะลืมไม่ได้ในพิธีแซนการ์ เพราะเน้นการระลึกถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว

ขอขอบคุณแหล่งที่มา prapayneethai…

งานมหกรรมโปงลาง

งานมหกรรมโปงลาง แพรวากาฬสินธุ์

  • กรกฎาคม 31, 2019

งานมหกรรมโปงลาง แพรวากาฬสินธุ์

งานมหกรรมโปงลาง แพรวากาฬสินธุ์

ช่วงเวลา ระหว่างวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์-๖ มีนาคม ของทุกปี

ความสำคัญ
โปงลาง ถือได้ว่าเป็นเครื่องดนตรีที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งนี้เพราะ โปงลาง ได้เปลี่ยนสภาพจากขอลอหรือเกราะลอ มาเป็นเครื่องดนตรีธรรมชาติประเภทเครื่องตีไม้ โดยปราชญ์ชาวบ้านของจังหวัดกาฬสินธุ์คือ นายเปลื้อง ฉายรัศมี ได้พัฒนาจนกลายมาเป็นเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง บาคาร่า บรรเลงร่วมกับเครื่องดนตรีพื้นบ้านอีสานชิ้นอื่น ๆ จนเกิดเป็นวงดนตรีโปงลาง มีการคิดท่าฟ้อนประกอบลายโปงลางรวมทั้งการแสดงต่าง ๆ ที่ดัดแปลงมาจากวิถีชีวิตธรรมชาติของคนชนบทอีสาน จนเป็นที่รู้จักและยอมรับกันโดยทั่วไป
เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทรงโปงลางที่วิทยาลัยนาฏศิลปกาฬสินธุ์ ทรงร่วมวงโปงลาง บรรเลงลายเต้ยโขงและลายลมพัดพร้าว ที่พลิ้วหวานจับใจ จังหวัดกาฬสินธุ์จึงถือเอาวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันเริ่มงาน แพรวาและกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์สืบต่อกันมา
สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านศิลปะและวัฒนธรรม กำหนดให้มีการประกวดวงดนตรีและการแสดงโปงลาง โดยแบ่งประเภทวงออกเป็น ๓ ระดับ คือ ประถมศึกษา มัธยมศึกษา และระดับประชาชน โดยจัดให้มีการประกวดในช่วงเวลาของงานเทศกาลประจำปีที่ยิ่งใหญ่นี้คือ งานมหกรรมประกวดดนตรีโปงลาง งานเทศกาลผ้าไหมแพรวา ที่เป็นสุดยอดของดีเอกลักษณ์ของจังหวัดกาฬสินธุ์ อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดดนตรีโปงลางระดับประชาชน ถ้วยรางวัลชนะเลิศระดับมัธยมศึกษา พระราชทานจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี และถ้วยรางวัลชนะเลิศระดับประถมศึกษาจากเลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จากปี พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นต้นมา นับว่าเป็นปีทองของดนตรี
โปงลางของจังหวัดกาฬสินธุ์เพราะดนตรีโปงลางของจังหวัดกาฬสินธุ์ ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่จังหวัดและประเทศไทย โดยได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดดนตรีพื้นเมืองนานาชาติ ระดับมัธยมศึกษา ครั้งที่ ๑ ณ ประเทศตุรกี จนเป็นผลให้การแสดงดนตรีโปงลางของจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป

สาระ
งานกาชาดจังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นงานประเพณีท้องถิ่นของจังหวัดที่จัดเป็นประจำทุกปี เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย ประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยชาวต่างประเทศต่างให้ความสนใจกับงานเทศกาลนี้ โดยในแต่ละปีจะเดินทางมาเที่ยวชมและเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองเลื่องชื่อของจังหวัดไปปีละเป็นจำนวนมาก เป็นการส่งเสริมรายได้อุตสาหกรรมท้องถิ่นอีกทางหนึ่งด้วย วัตถุประสงค์หลักของงานนี้มุ่งเผยแพร่ ฟื้นฟู อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น เพื่อสนับสนุนเผยแพร่ความรู้ด้านเทคโนโลยีและผลงานของส่วนราชการทั้งภาครัฐและเอกชนของจังหวัด แก่ประชาชนผู้สนใจทั่วไป จุดเน้นสำคัญของงานคือขบวนแห่ในพิธีเปิดงานที่มโหฬารที่แสดงให้เห็นถึง ประเพณีศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นที่สร้างขึ้นจากคำขวัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ว่า “โปงลางเลิศล้ำ วัฒนธรรม ผู้ไทย ผ้า
ไหมแพรวา ผาเสวยภูพาน มหาธารลำปาว ไดโนเสาร์สัตว์โลกล้านปี” ที่แสดงถึงความรักสามัคคี ความพร้อมเพรียง การรวมใจเป็นหนึ่งของผู้คนที่จะช่วยกันจรรโลง เชิดชูเกียรติ ชื่อเสียง และเอกลักษณ์ของเมืองกาฬสินธุ์ให้เป็นที่รู้จักสืบไป

ขอขอบคุณแหล่งที่มา prapayneethai…

งานเทศกาลไหม

งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว

  • กรกฎาคม 22, 2019

งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว

งานเทศกาลไหม และประเพณีผูกเสี่ยว

ช่วงเวลา วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน-๑๐ ธันวาคม ของทุกปี

ความสำคัญ
งานเทศกาลไหมเป็นงานที่จังหวัดขอนแก่นได้จัดขึ้นทุกปี เริ่มตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๒ จนถึงปัจจุบันโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมอาชีพการ ทอผ้าไหม  มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมออกร้านแสดงผลิตภัณฑ์และจำหน่ายสินค้าพื้นเมือง (ผ้าไหม) และของที่ระลึกอื่น ๆ บาคาร่า นอกจากนี้ยังมีการแสดงเพื่อฟื้นฟูและส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น
ประเพณีผูกเสี่ยว ก็เป็นประเพณีสำคัญที่จัดขึ้นพร้อมกันกับงานเทศกาลไหม โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้คนในท้องถิ่นและคนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียว สมัครสมานสามัคคีและช่วยเหลือเกื้อกูลกันคำว่า “เสี่ยว” เป็นภาษาถิ่นอีสาน แปลว่า มิตรแท้ เพื่อนแท้ เพื่อนตาย มีความผูกพัน ซื่อสัตย์ และจริงใจต่อกัน

พิธีกรรม
อุปกรณ์ที่สำคัญมีพานบายศรีอาจเป็นบายศรี ๓ ชั้น ๕ ชั้น หรือ ๗ ชั้น และมีเครื่องประกอบอีกหลายอย่าง คือ สุรา ๑ ขวด ไข่ไก่ต้ม ๑ ฟอง ข้าวต้มมัด ๔ ห่อ กล้วยสุก ๔ ผล ข้าวเหนียวนึ่ง ๑ ปั้น ใบพืชที่เป็นมงคล เช่น ใบคูน ใบเงิน ใบทอง ใบยอ ดอกรัก และที่ขาดไม่ได้คือ ฝ้ายผูกแขน
เชิญแขกมงคลมาร่วมพิธี คู่เสี่ยวนั่งล้อมพานบายศรี หมอพราหมณ์เริ่มพิธีด้วยการจุดเทียนที่พานบายศรี อัญเชิญเทวดาลงมาเป็นสักขีพยาน กล่าวถึงงานบายศรีสู่ขวัญเนื่องในโอกาสต่าง ๆ เช่น งานมงคลสมรส มีบุตรใหม่ ขึ้นบ้านใหม่ การเลื่อนยศ การผูกเสี่ยว การบวชนาค ฯลฯ แล้วกล่าวคำอัญเชิญขวัญตามโอกาส เมื่อถึงบทเชิญขวัญผู้ร่วมพิธีจะตะโกนเรียกขวัญของผู้ร่วมพิธีให้มาอยู่กับเนื้อกับตัว จบแล้วหมอพราหมณ์และแขกจะนำด้วยมงคลผูกข้อมือของคู่ขวัญ พร้อมทั้งให้ศีลให้พร ให้รักใคร่สามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ต่อจากนั้นคู่ขวัญก็จะผูกข้อมือซึ่งกันและกัน เป็นอันเสร็จพิธี

สาระ
เรียกขวัญเพื่อเป็นการเตือนสติให้รู้จักภาวะของตนเอง เช่น จะแต่งงาน บวช หรือเสี่ยว จะต้องปฏิบัติอย่างไร เชื่อกันว่า ขวัญสิงสถิตอยู่ในส่วนต่าง ๆ ของร่างกายและจิตใจ เมื่อทำพิธีเรียกขวัญแล้วก็จะเกิดพลังกายและพลังใจที่เข้มแข็งได้

ขอขอบคุณแหล่งที่มา ประเพณีไทยดอทคอม…

ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล

ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล

  • กรกฎาคม 19, 2019

ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล

ภาพรอยสลักผาสามพันปีที่ภูผายล

รายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว
สกลนคร
หมวดหมู่ : สถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และอนุสาวรีย์

ตั้งอยู่ที่บ้านนาผาง ตำบลกกปลาซิว อำเภอเมือง ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 38 กิโลเมตร ภูผายลเป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์ ในบริเวณนั้นมีภาพแกะสลักบนหน้าผาหินเป็นรูปภาพต่าง ๆ แสดงชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยในชุมชนก่อนประวัติศาสตร์ ที่ใช้ของแข็งขูดขีดลงบนหน้าผา บาคาร่า เป็นรอยแกะสลักโบราณอายุกว่า 3,000 ปี เป็นรูปคน กวาง วัว ควาย ลายเรขาคณิต ฝ่ามือไร่นา เป็นต้นนอกจากนี้ ยังมีธรรมชาติรอบข้างเป็นป่าเขาที่สวยงาม

การเดินทาง จากตัวอำเภอเต่างอยไปตามเส้นทางอำเภอเต่างอย-ศรีวิชา 5 กิโลเมตร ตาม ทางหลวงจังหวัดหมายเลข 2339 เข้าสู่บ้านม่วง-นาอ่าง และเดินทางต่อผ่านบ้านโพนบก-โพนแพง และบ้านนาผางตามลำดับ ระยะทาง 35 กิโลเมตร ก่อนถึงภูผายลจากบ้านนาผางขึ้นไปจะเป็นถนนลาดยางจนถึงหน้าผาหิน และมีบันไดขึ้นสู่หน้าผายอดเขาทั้งหมด 238 ขั้น ตามระยะทางสามารถแวะพักตามจุดชมวิว ซึ่งมีก้อนหินทรายตั้งวางเป็นระยะ บางแห่งรูปคล้ายเพิงพัก หรือแท่นที่นั่ง

ขอขอบคุณแหล่งที่มา tourismthailand…

เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม

เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม

  • กรกฎาคม 18, 2019

เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม

เทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวงาม

รายละเอียด
ชัยภูมิ
หมวดหมู่ : งานแฟร์ และเทศกาล, การถ่ายภาพ
วันที่ 1 มิ.ย. – 31 ก.ค. 2562

หากเอ่ยชื่อทุ่งดอกกระเจียวอาจต้องเอ่ยถามต่อว่าที่ไหน แต่ถ้าบอกว่า ทุ่งบัวสวรรค์ ก็ต้องที่นี่เท่านั้น อุทยานแห่งชาติไทรทอง บาคาร่า อำเภอหนองบัวระเหว ชัยภูมิ ซึ่งถือเป็นทุ่งดอกกระเจียวหรือบัวสวรรค์ที่มีชื่อเสียงและสวยที่สุดในประเทศก็ว่าได้

ดอกกระเจียวจะบานสีชมพูสะพรั่งในฤดูฝน ที่อุทยานแห่งชาติไทรทองบานประมาณเดือนกรกฎาคม ปีไหนฝนเยอะตกสม่ำเสมอ รับประกันว่าดอกกระเจียวจะยิ่งผลิเต็มทุ่งสวยงาม ทางอุทยานจัดทำทางเดินศึกษาธรรมชาติอย่างดี พร้อมลานกางเต็นท์ให้บริการสำหรับผู้ต้องการค้างแรมภายในอุทยาน

นอกจากทุ่งดอกกระเจียวหรือบัวสวรรค์ ในอุทยานยังมีสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติขึ้นชื่ออื่นๆ อีกอย่าง ผาหำหด ผาพ่อเมือง หรือ น้ำตกไทรทอง อีกด้วย

ชมนิทรรศการต่าง ชมทุ่งดอกกระเจียว การจำหน่ายสินค้า OTOP ชมวิวสุดแผ่นดิน ชมทุ่งบัวสวรรค์ และลานหินงาม

ขอขอบคุณแหล่งที่มา tourismthailand.org…