เกมคาสิโน

เกมคาสิโน การใช้งานเป็นเรื่องง่าย

  • กุมภาพันธ์ 2, 2019

เล่นที่คาสิโนออนไลน์ตลอดเวลาสามารถสร้างระดับความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้ การนำทางเป็นเรื่องง่ายกระบวนการที่คุ้นเคยและเป็นมิตรได้รับการจัดตั้งขึ้นโดยเจ้าหน้าที่สนับสนุนคาสิโน

ก่อนอื่นเลยการเล่น เกมคาสิโน ที่อินเทอร์เน็ตเพียงแห่งเดียวตลอดเวลาอาจทำให้เบื่อ ผู้เล่นอยู่ในสภาพแวดล้อมการเล่นเดียวกันตลอดเวลาและสิ่งนี้ทำให้มันเป็นความคิด วิธีหนึ่งในการรวมความคุ้นเคยและความแปลกใหม่

คือ การพนันที่คาสิโนที่แตกต่างกันของกลุ่มเดียวกัน คาสิโนออนไลน์ได้เงินจริง ในกลุ่มเดียวกันใช้ซอฟต์แวร์เดียวกันมีการนำทางที่คล้ายกันมากและแบ่งปันแผนการส่งเสริมการขาย อย่างไรก็ตามพวกเขามักจะขึ้นอยู่กับธีมที่แตกต่างและสร้างสภาพแวดล้อมการเล่นที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้เล่นสามารถสัมผัสกับการ

เปลี่ยนแปลงโดยไม่สูญเสียความคล้ายคลึง ข้อดีอีกอย่างของการเล่นการพนันออนไลน์ที่แตกต่างกันในกลุ่มเดียวกันก็คือโครงการผลตอบแทนความภักดีเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นไม่ว่ากลุ่มคาสิโนใดที่ผู้เล่นเดิมพันคะแนนความภักดีของพวกเขาสะสมในกองกลาง

ยกตัวอย่าง เช่น กลุ่มของรางวัลคาสิโน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มไนต์คลับออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุด แบรนด์แบล็คแจ็คบอลรูมมีสภาพแวดล้อมแบบคลาสสิกและมีระดับ คาสิโน Golden Tiger และ Lucky Emperor Casino มีรูปลักษณ์แบบเอเชีย Aztec Riches Casino และ Yukon Gold Casino มีธีมของอารยธรรมโบราณ และมีคาสิโน Captain Cooks ที่ให้ผู้เล่นเดินทางสำรวจและค้นพบ…

ดูบอลออนไลน์ 307

ดูบอลออนไลน์ 307 ดูได้ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์

  • มกราคม 31, 2019

เจ้าแรกในไทย ดูบอลออนไลน์ 307 ฟรี ไม่กระตุก ศูนย์รวมลิ้งดูบอลสด ดูบอลโลก 2019 รัสเซีย ดูบอลออนไลน์ บอลวันนี้ทุกลีกและอัพเดทลิ้งเร็วที่สุด

ลิ้งดูบอล ดูบอลออนไลน์ 307 ระบบก็จะแสดงลิ้ง ดู บอล ออนไลน์ ฟรี true sport 1 ให้ท่านเลือกรับชมแทรกสาระบันเทิง ตามลิงค์ต่างๆที่แสดงได้เลย โดยลิ้งจะมาก่อนบอลเตะประมาณ 5-10 นาที
ขอให้มีความสุขในการ บอลวันนี้

ดูบอลออนไลน์ ฟาส5 ดูบอลออนไลน์ พรีเมียร์ลีกอังกฤษ ไทยลีก ลาลีกาสเปน ดูบอลออนไลน์ ฟุตซอล  ดู บอล สด 480p เราจะทำการถ่ายทอด ดูบอลสดผ่านออนไลน์ ในวัน ช่วงเวลา 19:00 เตรียมรับชม ร่วมลุ้นสนุก กับการเชียร์บอล…

ประเพณีบุญข้าวหลาม

ประเพณีบุญข้าวหลาม

  • ธันวาคม 8, 2019

ประเพณีบุญข้าวหลาม 

ประเพณีบุญข้าวหลาม การทำบุญข้าวหลาม ของชาวลาวเวียง ยังคงทำกันตามประเพณีดั้งเดิม และผสมผสานกับประเพณีไทยก็คือ การปิดทองรอยพระพุทธบาทจำลองที่วัดเขาดงยาง (วัดสุวรรณคีรี) เขต ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา กลางเดือน 3 ชาวบ้านลาวเวียง ซึ่งอยู่ห่างจากวัดดงยาง ประมาณ 4 – 6 กิโลเมตร ต้องเดินทางด้วยเท้าไปปิดทอง โดยใช้เส้นทางผ่านบ้านหัวสำโรง ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว ซึ่งมีชาวไทยเชื้อสายเขมร ตั้งบ้านเรือนอยู่เป็นจำนวนมาก ประเพณีบุญข้าวหลามจึงแพร่หลายสู่บ้านหัวสำโรง และรับเป็นประเพณีของชนกลุ่มตน เป็นประเพณีขึ้นเขาเผาข้าวหลาม ของชาวชุมชนหัวสำโรง ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา มาจนถึงทุกวันนี้
พิธีกรรม
วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๓ ชาวบ้านทุกบ้านจะเผาข้าวหลาม เพื่อนำไปถวายพระในเช้าวันขึ้น ๑๕ ค่ำ ตอนสายจะพากันเดินไปขึ้นเขาดงยาง ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านประมาณ ๖ กิโลเมตร เพื่อปิดทองรอยพระพุทธบาทบนเขาดงยาง และนำข้าวหลามไปรับประทานบนเขา
ช่วงเวลาจัดงาน
ประเพณีบุญข้าวหลาม เป็นประเพณีของชาวลาวเวียงและลาวพวนในอำเภอพนมสารคาม ซึ่งเป็นชุมชนชาวไทยเชื้อสายลาว ที่อยู่ใกล้เคียงกับชาวไทยเชื้อสายเขมร
ประเพณีนี้อาจเป็นสิ่งที่ยึดถือสืบต่อกันมาแต่ก่อนเมื่อครั้งยังอยู่ในประเทศลาวจึงเท่ากับเป็นการรักษาประเพณีดั้งเดิมที่เคยปฏิบัติกันมา ซึ่งเท่ากับเป็นการจรรโลงพระพุทธศาสนาทางหนึ่ง

ขอบคุณที่มา : sanook

ประเพณีถวายสลากภัต

ประเพณีถวายสลากภัต

  • ธันวาคม 8, 2019

ประเพณีถวายสลากภัต 

จุดประสงค์เดิมของประเพณีนี้ คือ การถวายอาหารแด่ภิกษุโดยวิธีการจับสลาก ใช้ในกรณีที่หาอาหารได้ยาก แต่ปัจจุบันแม้จะมีอาหารสมบูรณ์แล้วก็ยังนิยมทำบุญตามประเพณีอยู่ ผลที่ปรากฏคือคนมาร่วมงานทำบุญกันมาก เป็นงานบุญที่รวมคนได้เป็นอย่างดี ได้เห็นฝีมือการตกแต่งต้นสลากภัตที่สวยงาม เป็นการอนุรักษ์ช่างฝีมือพื้นบ้านและชาวบ้านได้สนุกสนานร่วมกัน
ความสำคัญ
เพื่อให้ภิกษุได้มีอาหารฉัน มีกำลังเพื่อการปฏิบัติธรรมวินัย
พิธีกรรม
ความเป็นมาของประเพณีนี้คือ สมัยหนึ่งครั้งพุทธกาลได้เกิดทุพภิกขภัย ชาวบ้านหาอาหารมาถวายพระได้ยาก จึงทูลพระพุทธเจ้าว่าหากมีอาหารจำนวนน้อยไม่เพียงพอที่จะถวายอาหารแด่ภิกษุได้ครบทุกรูปจะถวายโดยให้ภิกษุจับสลากจะได้หรือไม่ พระพุทธเจ้าก็ทรงอนุญาต จึงเกิดมีประเพณีถวายอาหารแด่ภิกษุโดยวิธีการจับสลาก กรรมวิธีการจัดทำอาจต่างกันตามท้องถิ่น (ภาคเหนือเรียกว่าตานก๋วย, ภาคอีสานเรียกบุญข้าวสาก) แต่มีหลักอยู่ที่การถวายโดยให้ภิกษุจับสลากก่อน ภิกษุรูปใดจับสลากได้ของผู้ใดก็รับอาหารจากผู้นั้น บางแห่งนิยมทำในฤดูกาลที่มีผลไม้ดกและสุก นำมาถวายเป็นสลากภัต ที่นิยมทำในท้องถิ่นสระบุรีคือ สานกระจาดใหญ่ด้วยไม้ไผ่ ประดับกระดาษให้สวยงามนำอาหารหรือเครื่องสมณอุปโภคบริโภคใส่ลงในกระจาดนี้ หากมีฝีมือยิ่งขึ้นไปก็อาจนำไม้ยาวประมาณ ๖ เมตร มาปักกลางกระจาด ทำเป็นฉัตรหลายชั้นขึ้นไปตกแต่งสวยงาม เมื่อถึงวันงานที่กำหนดก็นำกระจาดหรือต้นสลากนี้ไปรวมกันที่วัด นิมนต์พระมาเทศน์อานิสงส์ จบแล้วกล่าวคำถวายสลากภัตและให้ภิกษุจับสลาก ภิกษุจับได้สลากของผู้ใดก็ลงไปรับการถวายที่กระจาดหรือต้นสลากของผู้นั้น ให้พรและเจ้าภาพก็กรวดน้ำ ศิษย์วัดก็นำสลากภัตนั้นกลับวัดของตน

ขอบคุณที่มา : sanook

ของไหว้ตรุษจีน 

ของไหว้ตรุษจีน

  • ธันวาคม 4, 2019

ของไหว้ตรุษจีน 

เมื่อช่วงเทศกาลตรุษจีนใกล้จะมาถึง หากว่าบ้านใดที่เป็นชาวไทยเชื้อสายจีนก็จะต้องตระเตรียมข้าวของไหว้ตรุษจีนสำหรับช่วงเทศกาลกันให้ยกใหญ่ หรือบางบ้านถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีเชื้อสายจีนโดยตรง แต่ก็นับว่าเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เราจะได้จัดสำรับอาหารสำหรับไหว้เพื่อเป็นการทำบุญใหญ่ให้กับบรรพบุรุษของเราที่ได้ล่วงลับไปแล้ว หลายคนรู้ดีว่าขั้นตอนการไหว้ประกอบกับสิ่งที่ต้องนำมาไหว้มีอะไรบ้างและจำนวนกี่อย่าง แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ความหมายที่แท้จริงของอาหารที่เรานำมาเข้าพิธีในเทศกาลสำคัญแบบนี้ เพื่อให้ทุกอย่างกระจ่างขึ้น ลองมาอ่านความหมายของของไหว้ตรุษจีนชนิดต่างๆ ที่นำมาใช้กัน จะได้ถึงบางอ้อ

ของไหว้ตรุษจีน
ในเทศกาลตรุษจีนจะมีการไหว้ 2 อย่างด้วยกัน คือ การไหว้เจ้าที่ และการไหว้บรรพบุรุษ ซึ่งทั้ง 2 อย่างนี้ มีอาหารที่นำมาใช้ประกอบการไหว้แตกต่างกัน

ของไหว้เจ้าที่
ประกอบไปด้วยของคาว ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา ส่วนเรื่องปริมาณก็แล้วแต่ว่าเราสะดวกแบบไหน จะมาก หรือจะน้อย

ไหว้ 3 อย่าง เรียกว่า ชุดซาแซ ประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่
ไหว้ 5 อย่าง เรียกว่า ชุดโหงวแซ ประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา
ขนมไหว้ ได้แก่ ฮวกก้วย (ขนมถ้วยฟู) คักท้อก้วย (ขนมกู๋ช่าย) เป็นไส้ชนิดใดก็ได้
ขนมอันจับ ซาลาเปา เน้นว่าเป็นขนมที่มีสีชมพู หรือมีแต้มจุดสีแดง
ขนมไหว้พิเศษ ได้แก่ ขนมเข่ง ขนมทีน ต้องมีขนม 2 ชนิดนี้เป็นหลัก ห้ามลืม !
ผลไม้ ได้แก่ ส้ม กล้วยทั้งหวี แนะนำให้เลือกหวีที่เป็นสีเขียว องุ่น แอปเปิ้ล ชมพู่ และลูกพลับ
เครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำชา 5 ที่ หากไหว้ของคาว แนะนำให้ไหว้เป็นเหล้าด้วยก็ได้
กระดาษเงิน กระดาษทอง ชุดไหว้เจ้าที่
ธูปสำหรับไหว้ คนละ 5 ดอก
แนะนำ จำนวนชนิดของขนมไหว้จะนิยมให้สอดคล้องกับของคาว อาทิ ไหว้ของคาว 3 อย่าง ขนม 3 อย่าง ผลไม้ 3 อย่าง
ของไหว้บรรพบุรุษ
ประกอบไปด้วยของคาว ได้แก่ หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา ส่วนเรื่องปริมาณก็แล้วแต่ว่าเราสะดวกแบบไหน จะมาก หรือจะน้อย

ไหว้ 3 อย่าง เรียกว่า ชุดซาแซ ประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่
ไหว้ 5 อย่าง เรียกว่า ชุดโหงวแซ ประกอบด้วย หมู เป็ด ไก่ ตับ ปลา
ขนมไหว้ ได้แก่ ฮวกก้วย (ขนมถ้วยฟู) คักท้อก้วย (ขนมกู๋ช่าย) เป็นไส้ชนิดใดก็ได้
ขนมอันจับ ซาลาเปา เน้นว่าเป็นขนมที่มีสีชมพู หรือมีแต้มจุดสีแดง
ขนมไหว้พิเศษ ได้แก่ ขนมเข่ง ขนมทีน ต้องมีขนม 2 ชนิดนี้เป็นหลัก ห้ามลืม !
ผลไม้ ได้แก่ ส้ม กล้วยทั้งหวี แนะนำให้เลือกหวีที่เป็นสีเขียว องุ่น แอปเปิ้ล ชมพู่ และลูกพลับ
เครื่องดื่ม ได้แก่ น้ำชา 5 ที่ หากไหว้ของคาว แนะนำให้ไหว้เป็นเหล้าด้วยก็ได้ จัดเป็น 5 ที่เช่นกัน
กระดาษเงิน กระดาษทอง จะต้องมีอ่วงแซจิ่วสำหรับเป็นใบเบิกทางบรรพบุรษให้ลงมารับของไหว้
ทองแท่งสำเร็จรูป แบงค์กงเต็ด ค้อซี ฯลฯ จะมาก หรือน้อยตามสะดวก
ธูปสำหรับไหว้ คนละ 3 ดอก
แนะนำ จำนวนชนิดของขนมไหว้จะนิยมให้สอดคล้องกับของคาว อาทิ ไหว้ของคาว 3 อย่าง ขนม 3 อย่าง ผลไม้ 3 อย่าง

ขอบคุณที่มา : sanook

งานประเพณี

งานประเพณี สุดยิ่งใหญ่แห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี !!

  • ธันวาคม 3, 2019

งานประเพณี สุดยิ่งใหญ่แห่เทียนเข้าพรรษา จังหวัดอุบลราชธานี !! 

ใกล้เข้าสู่ช่วงเข้าพรรษาแล้วจังหวัดต่าง ๆ ในประเทศกำลังเตรียมตัวจัดงานเข้าพรรษาประจำจังหวัดตัวเอง

ซึ่งไฮไลท์ในวันเข้าพรรษานั้นคือวัฒนธรรมการแห่เทียนเข้าพรรษาสุดอลังการของจังหวัดต่าง ๆ

ซึ่งจังหวัดอุบลราชธานีก็เป็นจังหวัดหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องขบวนแห่เทียนอย่างมาก โดยงานแห่เทียนเข้าพรรษาจังหวัดอุบลราชธานีจะจัดขึ้นในช่วง 8-9 กรกฎาคมนี้

ซึ่งภายในงานจะมีกิจกรรมมากมาย เช่น ขบวนแห่เทียนพรรษาสุดอลังการและการสลักลายเทียนพรรษาอย่างวิจิตรตระการตา

ซึ่งประเพณีนี้มีขึ้นในช่วงวันเข้าพรรษาเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา จึงถือได้ว่าเป็นงานยิ่งใหญ่ของภาคอีสาน ในงานจัดให้มีการแสดงทางวัฒนธรรม ชมริ้วขบวนแห่เทียนโบราณ ขบวนแห่เทียนพรรษา

การประกวดธิดาเทียนพรรษา การประกวดต้นเทียนประเภทแกะสลักและติดพิมพ์ การประกวดภาพถ่ายความประทับใจในงาน และกิจกรรมเยือนชุมชนตามคุ้มวัดต่างๆ เป็นต้น

ขอบคุณที่มา : sanook

ประเพณีบุญหลวง

ประเพณีบุญหลวง รวมทั้งการละเล่นผีตาโขน มหกรรมหน้ากากนานาประเทศ ปี 2561

  • ธันวาคม 1, 2019

ประเพณีบุญหลวง รวมทั้งการละเล่นผีตาโขน มหกรรมหน้ากากนานาประเทศ ปี 2561 

อีกหนึ่งงานเทศการที่จัดเป็นประจำทุกปีที่ทุกท่านรอ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย จัดงานใหญ่ ขนบธรรมเนียมบุญหลวงรวมทั้งการละเล่นผีตาโขน มหกรรมหน้ากากนานาประเทศ รายปี 2561

เพื่อผลักดันการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม แล้วก็การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกับนานาประเทศ ด้านในงานเจอกับการแข่งขันหน้ากากผีตาโขน ชิงถ้วยรางวัลประทาน จากพระผู้เป็นเจ้าหลานคุณท่านเจ้าอทิตยาทรกิติเตียนคุณ

พร้อมขบวนผีตาโขนสุดยิ่งใหญ่ที่เดียวในโลก!

ขบวนนางรำ ขบวนแห่จากตำบลต่างๆทั่วด่านซ้าย ดูขบวนแห่พระเวชสันดรเข้าเมือง แล้วก็ที่พลาดมิได้กับการแสดงหน้ากากนานาประเทศ ประเทศอินเดีย อินโดนีเซีย ประเทศเกาหลี บรูไน ลาว ฯลฯ

ตลอดจนกิจกรรมความรื่นเริงใจมากมาย เช่น การแข่งขันเต้นผีตาโขน ดูการแสดงดนตรี พีสะเดิด/ ไผ่ ดงษธร / พลพล และก็วง Instinct อื่นๆอีกมากมาย

หมายกำหนดการ
สำหรับงานประเพณีบุญหลวงรวมทั้งการละเล่นผีตาโขน มหกรรมหน้ากากนานาประเทศ รายปี 2561 จะจัดขึ้นในระหว่าง

วันที่ 16-18 เดือนมิถุนายน ณ โรงเรียนสำหรับสอนเด็กอนุบาลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย แล้วก็วัดโพนชัย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย
วันที่ 23-24 เดือนมิถุนายน ณ วัดศรีภูเขาไม่
วันที่ 30 เดือนมิถุนายน-1กรกฎาคม ณ วัดศรีสะอาด
วันที่7-8 ก.ค. ณ วัดโพธิ์ศรี ตำบลด่านซ้าย อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย

ขอบคุณที่มา : sanook

งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ

งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่

  • พฤศจิกายน 29, 2019

งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่

งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ

ประวัติประเพณี
หลังจากพระยาลิไท ได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดพระธาตุช่อแฮแล้ว ได้โปรดให้มีงานฉลองสมโภช 5 วัน 5 คืน ระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ ถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 เหนือ เดือน 4 ใต้ ซึ่งอยู่ระหว่างในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ต้นเดือนมีนาคมของทุกปี นับตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมาเจ้า ผู้ครองนคร แพร่ทุกองค์จึงได้ยึดถือประเพณีไหว้พระธาตุประจำปี สืบมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ประเพณีไทยการไหว้พระธาตุช่อแฮเป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบต่อกันมาช้านาน เดิมจะจัด 5 วัน 5 คืน ในปี พ.ศ. 2536 ได้เปลี่ยนแปลงเป็น 7 วัน 7 คืน วันแรกของงาน จะเริ่มขึ้นในวันขึ้น 9 ค่ำเดือน 6 เหนือ เดือน 4 ไต้ของทุกปีซึ่งถือว่าการจัดงานไหว้พระธาตุช่อแฮ ยึดถือตามจันทรคติเป็นหลัก ประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮ เมืองแพร่ แห่ตุงหลวง ในการจัดงานมีขบวนแห่อันยิ่งใหญ่ประกอบไปด้วยริ้วขบวนของทุกอำเภอ การฟ้อนรำ ขบวนช้างเจ้าหลวง และเครื่องบรรณาการ ขบวนแห่ กังสดาล ขบวนแห่หมากเป็ง ขบวนต้นผึ้ง ขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระธาตุ 12 ราศี ซึ่งประกอบด้วยขบวนตุง 12 ราศรี ขบวนข้าวตอกดอกไม้ ต้นหมาก ต้นผึ้ง ต้นดอก ขบวนแห่ผ้าห่มองค์พระธาตุ 12 ราศรี ขบวนกังสดาล ขบวนตุง ขบวนฟ้อนรำ มีการเทศน์และมีการเทศน์และฟังเทศน์มหาชาติ มหาเวสสันดรชาดก ทั้งกลางวันและกลางคืน สำหรับกลางคืนมีมหรสพสมโภชตลอดงาน

ข้อมูลต่างๆของประเพณี

วัดพระธาตุช่อแฮ พระอารามหลวง ตั้งอยู่เลขที่ 1 หมู่ที่ 11 ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่ อยู่ห่างจากตัวเมืองแพร่ประมาณ 8 กิโลเมตร ในบริเวณวัด ประดิษฐานพระธาตุช่อแฮ ซึ่งเป็นหนึ่งในพระธาตุประจำปีเกิดสิบสองราศี คือ พระธาตุประจำปีเกิดของผู้ที่เกิดปีขาล (ปีเสือ) องค์พระธาตุมีลักษณะเป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม ย่อมุมไม้สิบสองบุด้วยทองดอกบวบ สูง 33 เมตร ฐานสี่เหลี่ยมกว้างด้านละ 11 เมตร ศิลปะแบบเชียงแสน

ตามหนังสือตำนานพระเจ้าเลียบโลก กล่าวว่า สมัยครั้งพุทธกาลพระพุทธเจ้าได้เสด็จมา ณ ดอยโกสิยะ แห่งนี้ และได้มอบพระเกศาให้กับขุนลั๊วะอ้ายก้อม จึงได้นำมาใส่ในท้องสิงห์ทองคำบรรจุไว้ในองค์พระเจดีย์พระธาตุช่อแฮแห่งนี้ เพื่อไว้เป็นที่เคารพสักการะสืบมา

ด้านประวัติศาสตร์ ปรากฏหลักฐานการก่อสร้างขึ้นสมัยสุโขทัย โดยระหว่างจุลศักราช 586-588 (พ.ศ.1879-1881) ในสมัยพระมหาธรรมราช (ลิไท) ขณะดำรงพระยศเป็นพระมหาอุปราช ปกครองเมืองศรีสัชนาลัย ได้เสด็จมาสักการะองค์พระธาตุช่อแฮ และใน พ.ศ.1902 ได้เสด็จมาปฏิสังขรณ์พระเจดีย์แห่งนี้ และขนานนามว่า “โกสิยธชัคคปัพพเต” หรือ “โกสัยธชัคคบรรพต” จากนั้นได้จัดงานสักการะ 7 วัน 7 คืน และต่อมาจึงได้ชื่อว่า “พระธาตุช่อแฮ” (คำว่า “แฮ” เป็นคำที่เพี้ยนมาจากคำว่า “แพร” แปลว่า ผ้าแพร)

สมัยกรุงธนบุรี (ปี พ.ศ.2512) สมเด็จพระเจ้าตากสิน ทรงยกทัพตีพม่าที่ยึดครองล้านนาอยู่ โดยมีพญาแพร่หรือเจ้ามังไชยะ ผู้ปกครองเมืองแพร่ พาขุนนาง กรมการเมืองและไพร่พล เข้าเฝ้าถวายบังคมเข้าร่วมทัพ ยกทัพไปตีพม่าที่เมืองเชียงใหม่ สมเด็จพระเจ้าตากสินจึงโปรดแต่งตั้งให้เป็นพระยาสุริยวงศ์

ดังนั้นในสมัยกรุงธนบุรี จึงได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระธาตุช่อแฮ โดยพญาแพร่หรือเจ้ามังไชยะ (พระยาศรีสุริยวงศ์) ตลอดมา พญาแพร่หรือเจ้ามังไชยะ (พระยาศรีสุริยวงศ์) ได้อุปถัมภ์พระพุทธศาสนาดูแลองค์พระบรมธาตุช่อแฮจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้น

  • ในปี พ.ศ.2361 ก็ได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์โดยเจ้าหลวงเทพวงศ์ (เจ้าหลวงเทพวงศ์ลิ้นทอง) ในปี พ.ศ.2373 เจ้าหลวงอินทวิไชย ก็รับการบูรณปฏิสังขรณ์ต่อจากเจ้าหลวงเทพวงศ์
  • ในปี พ.ศ.2415 เจ้าหลวงที่มีบทบาทในตำบลป่าแดงมากที่สุดและอุปถัมภ์พระบรมธาตุช่อแฮตลอดคือ เจ้าหลวงพิมพิสาร (เจ้าหลวงขาเค) และจนมาถึงเจ้าหลวงองค์สุดท้ายของเมืองแพร่เป็นผู้ที่มีพระคุณต่อเมืองแพร่มากที่สุด คือเจ้าหลวงพิริยะเทพวงศ์ (พระยาพิริวิไชย) ท่านปกครองเมืองแพร่ ปี พ.ศ.2432 ถึง ปี 2445 เจ้าหลวงเดินทางลี้ภัยไปหลวงพระบางซึ่งในปีนี้เมืองแพร่เกิดจลาจลเงี้ยวปล้นเมืองแพร่
  • ในปี พ.ศ.2467 องค์พระธาตุช่อแฮก็ได้รับการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้งโดยนักบุญแห่งล้านนาไทย ที่ซึ่งเรียกตามคนเมืองแพร่ว่า ครูบาศีลธรรมหรือครูบาศรีวิชัยนั่นเอง ดังค่าวตำนานปางเดิม

กรมศิลปากร ได้ประกาศขึ้นทะเบียนองค์พระธาตุช่อแฮ เป็นโบราณสถานในราชกิจจานุเบกษาเล่มที่ 52 ตอนที่ 75 ลงวันที่ 8 มีนาคม พ.ศ.2474 และได้ประกาศกำหนดขอบเขตโบราณสถานเล่มที่ 97 ตอนที่ 159 ลงวันที่ 14 ตุลาคม 2532

สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีหนังสือรับรองสภาพวัดไว้ว่า วัดพระธาตุช่อแฮ ตั้งวัดเมื่อ พ.ศ.1900 และได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาเมื่อ พ.ศ.1910 ตามหนังสือ ที่ พ.ศ. 0003/526 ลงวันที่ 24 มกราคม 2548

วัดพระธาตุช่อแฮ ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ยกวัดราษฎร์ ขึ้นเป็นพระอารามหลวง ชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2549 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 123 ตอนที่ 96 ง ลงวันที่ 24 มกราคม 2549

จังหวัดแพร่ได้จัดงานประเพณีนมัสการองค์พระธาตุช่อแฮ โดยยึดถือตามจันทรคติ ในระหว่างวันขึ้น 9 ค่ำ-ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ใต้ เดือน 6 เหนือ ของทุกปีโดยใช้ชื่องานว่า “งานประเพณีไหว้พระธาตุช่อแฮเมืองแพร่แห่ตุงหลวง”

ด้วยความสำคัญดังกล่าว จังหวัดแพร่นำองค์พระธาตุช่อแฮ ประดิษฐานบนหลังม้า เป็นตราสัญลักษณ์ของจังหวัด และนำมาเป็นคำขวัญประจำจังหวัดแพร่ ดังนี้
“หม้อห้อมไม้สัก ถิ่นรักพระลอ ช่อแฮศรีเมืองลือเลื่องแพะเมืองผี คนแพร่นี้ใจงาม”…

ประเพณีการทำบุญโคนไม้

ประเพณีการทำบุญโคนไม้ จังหวัดตราด

  • พฤศจิกายน 28, 2019

ประเพณีการทำบุญโคนไม้ จังหวัดตราด

ประเพณีการทำบุญโคนไม้ จังหวัดตราด

ระยะเวลา ช่วงเดือนเมษายน และหลังจากวันเพ็ญเดือนสิบสอง

สาระสำคัญ
การทำบุญโคนไม้ เป็นประเพณีไทยพื้นบ้านอย่างหนึ่งของจังหวัดตราดที่ทำเป็นประจำทุกปี สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคี ช่วยเหลือเกื้อกูล ซึ่งกันและกันของคนในหมู่บ้านในชุมชน การทำบุญโคนไม้และการทำบุญตามสถานที่สำคัญในหมู่บ้าน นอกจากจะให้ผลในการดำเนินชีวิตโดยตรงแก่ผู้ใหญ่แล้ว ยังเป็นการปลูกฝังให้ลูกหลานของตนรู้จักรักป่า แผ่นดิน และพื้นน้ำ ไม่คิดทำลายธรรมชาติ ที่ตนต้องพึ่งพาอาศัย ในขณะเดียวกันยังสอดแทรกคุณธรรมเรื่องความกตัญญูรู้คุณสืบทอดให้แก่ลูกหลานในหมู่บ้าน ให้รู้จักการทำบุญให้ทาน มีความเมตตาเอื้อเฟื้อ รู้จักรักผู้อื่น อันเป็นคุณธรรมหลักของการอยู่ร่วมกัน

พิธีกรรม
ชาวบ้านจะนัดหมายกันหลังจากทำบุญสงกรานต์หรือหลังจากทำบุญทอดผ้าป่าคืนวันลอยกระทง แล้วมอบหน้าที่ให้แก่ไวยาวัจกรหรือบุคคลอื่นที่เหมาะสม นิมนต์พระ เมื่อถึงวันทำบุญ ชาวบ้านจะเตรียมอาหารหวานคาว ดอกไม้ ธูปเทียน ไปยังสถานที่นัดหมาย ทำพิธีกรรมทางสงฆ์ ถวายทานแก่พระสงฆ์ กรวดน้ำเหมือนทำบุญถวายสังฆทาน หลังจากเสร็จพิธีทางสงฆ์แล้ว ชาวบ้านจะทำพิธีแห่เรือมีการตีไม้ล่อนำหน้าขบวนไปยังห้วยหนองคลองบึง เพื่อทำพิธีปล่อยเรือที่ทำด้วยกาบหมาก ขดหัวท้ายให้คล้ายเรือ ภายในบรรจุด้วยดอกไม้ ธูปเทียน อาหารคาวหวาน หอม กระเทียม เกลือ พริก เป็นต้น น้อมจิตอุทิศส่วนบุญกุศลให้แก่ผีป่า ผีโป่ง ผีทุ่ง ผีนา พร้อมกับฝากโรคภัยไข้เจ็บทั้งหลายไปกับเรือ เสร็จพิธีแล้วจะกลับมายังสถานที่
บำเพ็ญบุญเพื่อรับประทานอาหารเป็นอันเสร็จพิธี

คำบูชาและแผ่ส่วนกุศล
” บุญนี้ที่ข้าทำ ขอให้เป็นข้าวน้ำ เครื่องพิจารณาสู่วิมานทอง เรืองรองโสภา พบนางฟ้าวันหนึ่งประมาณ ศีลทานดังนี้ ขอศีลธรณี ถึงบิดามารดา ฝูงเปรตทั้งหลาย นรกอสูรกาย กุ้งเล็กปลาน้อย ปลาโตปูหอย ใหญ่น้อยเรืองรอง ให้ตั้งใจปอง รับเอาส่วนบุญ อินทร์กา เทวา ทุกชั้นพรหมา ท้าวเวสสุวัน พระอินทร์ พระศุกร์สาลี อีกทั้งพระกานต์ จตุโลกบาลทั้งสี่ ครุฑ นาค นาคี กินนรี คนพาลขออย่าได้พบ ขอจงประสบพบท่านผู้ดี มีปัญญา ทานของข้านี้ อย่าได้สิ้นที่ ความยากเข็ญใจ ขออย่าได้เกิดมี ขอให้เป็นเศรษฐี มนตรีเจ้าพระยา เดชะกุศล พ้นจตุรา ขอให้ตัวข้า ไปเกิดทันพระศรีอารย์ ยังมีสัตว์อีกหมู่เที่ยวอยู่เวียนว่าย เกิด แก่ เจ็บ ตาย อยู่ในวัฏสงสาร ได้ชื่อว่าห่า อย่ามาเบียดผลาญ ก่อความรำคาญ ระรานรบกวน วันนี้พวกข้า เจตนาร่วมกัน ได้นำอาหาร คาวหวานล้วน ๆ เชิญท่านมารับ ข้าวกับทั้งมวล ทุกสิ่งสมควร มารับเอาไป แล้วอย่ากังวล ทำให้คนวุ่นวาย ทั้งเด็กผู้ใหญ่ จงไปถิ่นฐาน บรรดาพวกข้า นายบ่าวทั้งนั้น เร็วพลันรนราน ซมซานรีบไป ผีทุ่ง ผีนา ผีป่า ผีโป่ง ทั้งผีตายโหง ทั้งสิ้นทั้งหลาย ต่าง ๆ อย่าช้า รับอาหารไป เร็ว ๆ ไว ๆ จงไปรีบไป ลงเรือนาวา จัดหาไว้ให้ เครื่องเสาเพลาใบ แต่งไว้หราหรู ให้ท่านทุกตนทุกผู้ ไต่ก๋งจุ้นจู้ วิ่งอู้ออกไป คะชาอะโมมะหิ โอกาเสติ ตะถามิ อับเปหิไป สุขสบายทั่วกัน พวกข้าอยู่หลัง มุ่งหวังสุขสันต์ กุศลสรรสร้าง สู่ทางนิพพาน ให้พ้นสงสาร เป็นสุขเกษมใจ อันตัวข้านี้ มีศรัทธาเลื่อมใส ได้สร้างกุศลไว้ ในการวันนี้ โดยมีมโนนัย หวังเป็นปัจจัย แห่งพระนิพพาน แม้ยังไม่สำเร็จ ข้าขอเข้าเขต พระเมตตรัยญาณ เกิดชาติต่อไป ขอให้
เกิดในพุทธกาล ขอถึงซึ่งนิพพาน นะปัจจะโยโหตุ

สาระ
เพื่อแสดงความกตัญญูกตเวทีแก่ภูตผีที่สิงสถิตอยู่ตามต้นไม้ ผีทุ่ง ผีนา ที่ช่วยคุ้มครองรักษาให้ชาวบ้านอยู่ร่มเย็นเป็นสุข ทำมาหากินเจริญรุ่งเรือง ปราศจากภัยพิบัติทั้งปวง…

งานบุญตามรอยศรัทธา

งานบุญตามรอยศรัทธา ไหว้สาอริยสงฆ์เจ้า หลวงพ่อเกษม เขมโก

  • พฤศจิกายน 27, 2019

งานบุญตามรอยศรัทธา ไหว้สาอริยสงฆ์เจ้า หลวงพ่อเกษม เขมโก

งานบุญตามรอยศรัทธา อำเภอเมืองลำปาง ร่วมกับมูลนิธิหลวงพ่อเกษม เขมโก และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ร่วม งานประเพณี “ งานบุญตามรอยศรัทธา ไหว้สาอริยสงฆ์เจ้า หลวงพ่อเกษม เขมโก” ประจำปี ๒๕๖๒ ในวันที่ ๒๗ – ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ สถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง จังหวัดลำปาง เพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีและคำสอนของหลวงพ่อเกษม เขมโก และเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศล โดยวันที่ ๒๘ พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นวันครบรอบวันเกิด ๑๐๘ ปี ของหลวงพ่อเกษม เขมโก จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนร่วมงานตลอดการจัดงานทั้ง ๓ วัน

  • วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตั้งแต่เวลา ๑๔.๐๐ น. ชมขบวนอัญเชิญเครื่องสักการะหลวงพ่อเกษม เขมโก พิธีถวายเครื่องครัวตานสักการะและถวายมาลัย หลวงพ่อเกษม เขมโก และในเวลา ๑๘.๓๐ น. พิธีเปิดงาน พิธีจุดเทียนขันแก้ว ๕ โกฐาก ชมการแสดงฟ้อนอามิสปูจา นบวันทา สักก๋า อริยสงฆ์เจ้าครูบาเกษม เขมโก การแสดงตีก๋องปู่จา
  • วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. การแสดงพระธรรมเทศนา และโรงทานจากศิษยานุศิษย์และผู้มีจิตศรัทธา
  • วันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตั้งแต่เวลา ๐๖.๐๐ น. พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ๑๐๘ รูป

สถานที่ สถานปฏิบัติธรรมหลวงพ่อเกษม เขมโก ตำบลต้นธงชัย อำเภอเมืองลำปาง
วัน/เวลาเริ่มต้น ๒๗/๑๑/๒๕๖๒ : ไม่ระบุเวลา
วัน/เวลาสิ้นสุด ๒๙/๑๑/๒๕๖๒ : ไม่ระบุเวลา

ขอขอบคุณแหล่งที่มา www.m-culture.go.th/lampang…

ประเพณีไทยการทำขวัญผึ้ง 

ประเพณีไทยการทำขวัญผึ้ง จังหวัดสุโขทัย

  • พฤศจิกายน 26, 2019

ประเพณีไทยการทำขวัญผึ้ง

เป็นประเพณีไทยพื้นบ้านที่เก่าแก่ของหมู่บ้านโซกกระบาท ตำบลคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ประเพณีนี้ได้ถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่หลังจากสูญหายไปราว 40 ปี ในอดีตเมืองศรีคีรีมาศต้องส่งส่วยน้ำผึ้งทดแทนการถูกเกณฑ์แรงงานตามพระราชกำหนดตั้งแต่ สมัยกรุงศรีอยุธยา จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ก็ได้มีการยกเลิกการส่งส่วยน้ำผึ้ง

การส่งส่วยดังกล่าวเป็นผลให้เกิดมี ประเพณีไทยการทำขวัญผึ้ง เพื่อให้ผึ้งมาทำรังตามต้นไม้มากๆ ต่อมาประเพณีได้ค่อย ๆ เลือนหายไป ศูนย์ศึกษาและวิจัยวัฒนธรรมพื้นบ้าน หัวเมืองฝ่ายเหนือ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิทยาเขตพิษณุโลก (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก) ได้ฟื้นฟูประเพณีการทำขวัญผึ้งตำบลคีรีมาศ อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัยขึ้นเมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2526 ตรงกับวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3

สถานที่ประกอบพิธีทำขวัญผึ้งเป็นป่าใหญ่อยู่ไกลออกไปจากหมู่บ้าน บริเวณเขาหลวงนี้อุดมไปด้วยว่านนานาชนิด จึงเป็นแหล่งที่เกิดน้ำผึ้งดอกว่านขึ้น ก่อนจะถึงวันทำพิธี ชาวบ้านจะช่วยกันเตรียมข้าวของเครื่องใช้ ข้าวปลาอาหาร สำหรับรังผึ้งปลอมต้องทำไว้ตั้งแต่กลางคืน คือ การทำขนมแดกงา เริ่มด้วยการนำข้าวเหนียวล้างสะอาด แช่น้ำไว้จนข้าวเหนียวขึ้นน้ำ นำไปนึ่งให้สุกเมื่อสุกแล้วเทข้าวเหนียวร้อน ๆ ใส่ครกผสมกับเกลือเล็กน้อยโขลกให้เกลือเหลวแล้วจึงค่อย ๆ เอางาดำที่คั่วแล้วผสมลงไปโขลกด้วยจนน้ำมันงาออกทำให้ข้าวเหนียวไม่ติดครก เมื่อโขลกเหนียวได้ที่แล้วเอาข้าวเหนียวผสมงาไปใส่กระด้งนวดให้เหนียวผสมงาอีกครั้งหนึ่งจนมีสีดำ

จากนั้นทำเป็นรังผึ้งขนาดต่าง ๆ ติดกิ่งไม้ไว้เพื่อเตรียมไปแขวนที่ป่า เช้าของวันขึ้น 3 ค่ำ เดือน 3 ชาวบ้านจะพากันเดินทางไปยังบริเวณที่ประกอบพิธีในป่า บริเวณที่จะทำพิธีต้องมีต้นไม้ใหญ่และเคยมีรังผึ้งมาก่อนแล้ว เรียกลักษณะเช่นนี้ว่า “โซกลำเกลียว” เท่าที่ผ่านมาต้นไม้ที่ใช้ประกอบพิธี คือ ต้นยาง เมื่อได้ต้นไม้ในลักษณะที่ต้องการแล้ว กำหนดเขตโดยใช้ไม้ไผ่สานสูงประมาณเอว กั้นเป็นอาณาเขตห่างจากต้นไม้ประมาณ 3 วา เว้นช่องทางให้เข้าทั้งหมด 8 ช่อง เพื่อเป็นประตู 8 ทิศ แต่ละประตูสร้างศาลตีนเดียวสูงประมาณ 2 วา ที่ศาลจะมีเครื่องเซ่นสังเวยด้วย ก่อนที่จะเริ่มพิธีชาวบ้านกลุ่มหนึ่งจะเอารังผึ้งปลอม (ทำจากขนมแดกงา) ไปติดตามต้นไม้รอบบริเวณนั้นจะมีกี่รังก็ได้ แต่จะต้องมีรังหนึ่งที่มีขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 1 ศอกเป็นรังผึ้งหลวงเพื่อใช้ประกอบพิธี อีกกลุ่มหนึ่งก็เอาผ้าสามสีและด้ายขาวแดงมาพันรอบต้นไม้ใหญ่ แต่เดิมนั้นใช้ผ้าม่วงผ้าไหมปัจจุบันหาไม่ได้แล้วจึงใช้ผ้าสามสีแทน และที่ผ้าสามสีจะประดับด้วยเหรียญเงินโดยรอบ เรียกว่า พวงเงิน พวงทอง ด้ายแดงขาวอีกส่วนหนึ่งนำไปพันที่รอบต้นไม้ใหญ่ 9 รอบ ตรงหน้าต้นไม้ใหญ่สร้างศาลตีนเดียวขนาดใหญ่หนึ่งศาล หน้าศาลมีที่วางเครื่องเซ่นสังเวย ได้แก่ บายศรี 1 ปาก หัวหมู 1 หัว ตีนหมู 8 ตีน หางหมู 1 หาง ไก่ต้ม 1 ตัว เหล้าป่า ข้าวเหนียวขาว ขนมต้มแดง ขนมต้มขาว ข้าวสุกจากปากหม้อ ผักหญ้า ปลายำ ไข่ต้ม มะพร้าวอ่อน 1 ผล หมากพลูอย่างละ 3 คำ ธูป 3 ดอก เทียน 3 เล่ม เครื่องเซ่นเหล่านี้จะแบ่งไปตามศาลตีนเดียวทั้ง 8 ศาลด้วย

เมื่อจะเริ่มพิธีมีการจุดธูปเทียนที่ศาลใหญ่และศาลทั้ง 8 ทิศ ผู้ทำพิธีจะทำน้ำมนต์เพื่อปัดเสนียดจัญไร แล้วเอาน้ำมนต์พรมที่เครื่องสังเวยและคนในบริเวณนั้น จากนั้นจะไหว้พระรัตนตรัย กระทำธรณีสาร กล่าวคาถาชุมนุมเทวดาให้มารับเครื่องเซ่นสังเวยและร้องเชิญพ่อผึ้ง แม่ผึ้งให้ชวนบริวารมาทำรัง จากนั้นจะมีชาวบ้านชายหญิงสมมติเป็นพ่อผึ้ง แม่ผึ้ง ลูกผึ้ง ชวนกันมาทำรังที่ต้นไม้นี้ โดยจะเข้ามาทางประตูทั้ง 8 ทิศ ชาวบ้านที่สมมติเป็นเทวดาผู้เฝ้าประตูจะคอยซักถามว่า พ่อผึ้ง แม่ผึ้ง ลูกผึ้งนี้มาจากไหน และเชิญชวนให้มาทำรังผึ้งที่ป่าแห่งนี้ เมื่อขบวนผึ้งเข้ามาแล้วก็จะออกไปยังประตูตรงกันข้ามแล้วเข้ามาใหม่โดยมีเทวดาผู้เฝ้าประตูซักถามอีก จะเดินเข้าออกในลักษณะนี้จนครบทั้ง 8 ทิศ เป็นอันว่าเสร็จพิธี

หลังจากนั้นชาวบ้านที่มาร่วมในพิธีนี้จะเล่นขโมยรังผึ้งกัน โดยจะขโมยขนมแดกงาที่มีผู้นำไปแขวนไว้ตามต้นไม้ในบริเวณพิธีและจะมีตำรวจคอยจับขโมย ถ้าขโมยคนใดถูกตำรวจจับได้ ตำรวจก็จะจับส่งฟ้องศาล ซึ่งศาลจะตัดสินจำคุกกี่ปีก็ได้ การลงโทษจำคุกนี้ใช้วิธีการดื่มเหล้าแทน เช่นจำคุก 5 ปี ก็ให้ดื่มเหล้า 5 จอก เป็นการละเล่นที่สนุกสนานของชาวบ้านมาก

เมื่อสิ้นสุดการละเล่นแล้วจะมีการสมมติตีรังผึ้งจากต้นยาง ที่ใช้ประกอบพิธี เป็นการเสร็จสิ้นพิธีการทำขวัญผึ้งโดยสมบูรณ์…

ประเพณีไทยแห่สลุงหลวง

ประเพณีไทยแห่สลุงหลวง จังหวัดลำปาง

  • พฤศจิกายน 25, 2019

ประเพณีไทยแห่สลุงหลวง จังหวัดลำปาง

  • ประวัติ ประเพณีไทยแห่สลุงหลวง
    ในเทศกาลสงกรานต์ คือในวันที่ 12 เมษายน ชาวลำปางจะจัดขบวนแห่ที่เรียกว่า ” ประเพณีไทยแห่สลุงหลวงจังหวัดลำปาง” ( สลุงหลวง แปลอีกความหมายว่าขันเงินใบใหญ่ )
    พิธีการคือนำน้ำจากแหล่งน้ำสำคัญไปสรง พระเจ้าแก้วมรกต ดอนเต้า วัดพระธาตุลำปางหลวง ที่อัญเชิญมาให้ประชาชนได้ร่วมกันสรงน้ำในช่วงวันขึ้นปีใหม่ไทย

การสรงน้ำพระที่ถูกต้องตามประเพณีไทย คือใช้วิธีตักน้ำจากสลุงเทสู่ รางริน ซึ่งเป็นทางให้น้ำขมิ้น ส้มป่อย น้ำอบ น้ำหอม ไหลไปสรงองค์พระ อันถือว่าเป็นการสรงน้ำที่ถูกต้องตามประเพณี น้ำที่สรงองค์พระจะไหลไปสู่ภาชนธ และถือเป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวล้านนานำมาประพรมศีรษะ ร่างกายหรือที่อยู่อาศัยเพื่อควาเป็นสิริมงคล ร่มเย็นเป็นสุขแก่ชีวิตและครอบครัวของตนสืบไป
ชาวลำปาง ยึดถือประเพณีสรงน้ำองค์พระแก้วมรกตดอนเต้าสืบมาตลอด การจัดขบวนแห่สลุงหลวง เพื่อรับน้ำขมิ้น ส้มป่อย น้ำอบ น้ำหอม ถือเป็นการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมแต่โบราณ

  • พิธีกรรม
    ขบวนแห่สลุงเริ่มจากการแห่ตุง(ธง) ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่เต็มไปด้วยสีสันในขบวนแห่ตุงแต่ละผืน มีความหมายในตัว มีทั้งตุงสีชมพูอ่อน ชมพูเข้ม สีส้ม สีเหลือง เขียวสลับลายชมพูและฟ้า ผู้แห่ในขบวนส่วนใหญ่ประกอบด้วยชายฉกรรจ์ โพกผ้าขาวไว้บนศีรษะ เปลือยกายท่อนบนส่วนท่านล่างบางคนนุ่งกางเกงขาสั้นสีแดงบ้าน สีดำบ้าง ในขณะทีบางคนนุ่งกางเกงขายาวสีขาว มีผู้ร่วมขบวนแห่นับร้อยคนแลดูตื่นตาตื่นใจสำหรับผู้พบเห็น

-ต่อจากขบวนตุง ก็เป็นขบวนเครื่องสายและเครื่องเป่าที่คอยประโคมให้ขบวนแห่ครบเครื่อง ทั้งสีสันอันสดสวย และเสียงเครื่องดนตรีขับกล่อมที่สร้างมนต์ตราตรึงให้ผู้พบเห็นได้เข้าถึงพิธีอันศักดิ์สิทธิ์ได้ง่ายขึ้น

-ต่อจากขบวนเครื่องสาย ก็เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในขบวนแห่ คือ ชาวลำปางจะอาราธนาพระเจ้า แก้วมรกตและพระเจ้าแก่นจันทร์ ซึ่งเป็นที่เคารพสักการะบูชาอย่างสูงของชาวลำปางร่วมในงานประเพณีสงกรานต์ปีใหม่ของเมืองลำปาง เพื่อให้ผู้คนชาวลำปางได้ร่วมกันสรงน้ำพระพุทธรูปทั้ง 2 องค์ จากสลุงหลวงเงินสู่ลำรางสรงน้ำต่อไปตามลำดับ

ขบวนเครื่องสักการะจะมีส่วนประกอบหลักๆได้แก่ สุ่มดอก หรือต้นดอก หรือหลักบายศรี เป็นเครื่องสักการบูชาประเภทหนึ่ง ที่ใช้ใบไม้ ดอกไม้ ตกแต่งคล้ายกับบายศรี ทำรูปลักษณะเหมือนกรวย หรือเป็นพุ่ม หมากสุ่ม คือ การนำผลหมากที่ผ่าซีกแล้วเสียบร้อยด้วยปอหรือด้ายผูกไว้เป็นพวงตากแห้งเก็บไว้กิน

ซึ่งคนทางเหนือเรียก “หมากไหม” มาปักคลุมโครงไม้หรือโครงเหล็กที่ทำเป็นต้นพุ่มไว้ หมากเบ็ง มีลักษณะเดียวกับหมากสุ่ม แต่ใช้ผลหมากดิบหรือหมากสุกทั้งลูกแทน มีจำนวน ๒๔ ลูก ผูกติดตรึงโยงไว้กับโครงไม้หรือโครงเหล็กที่ทำเป็นพุ่ม ลักษณะการผูกโยงตรึงกันนี้ คนเหนือเรียกว่า “เบ็ง” จึงเป็นที่มาของชื่อต้นพุ่มชนิดนี้ ต้นเทียน มีการนำเทียนเล่มเล็กๆ มาผูกห้อยกับโครง เพื่อให้พระสงฆ์เก็บนำไปใช้สอยได้เลย สะดวกกว่าต้นผึ้งที่ต้องสะสมไปหล่อเทียนเอง

ขอขอบคุณแหล่งที่มา xn--k3chbgks4ae1jybbf4lnc8bc.blogspot.com